เจาะลึกการเมืองของประเทศพม่า

ประเทศพม่าสิ่งที่น่าสนใจ

ประเทศพม่าหรือที่มีการตั้งชื่อใหม่ว่าเมียนมาร์จัดเป็นประเทศที่มีระบบการปกครองเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อยเหมือนกันหากเทียบในยุคอดีตกับยุคปัจจุบันนี้ อาจด้วยความที่เมื่อโลกมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปมากขึ้น อะไรที่เคยเรืองอำนาจแต่เป็นสิ่งไม่ถูกต้องก็สามารถที่จะถูกลดทอนอำนาจของตนเองจากคำว่าประชาชนได้เหมือนกัน แม้ปัจจุบันระบอบการปกครองของเมียนมาร์จะดูเป็นโลกของประชาธิปไตยมากขึ้นแต่ถ้าหากลองไล่เรียงจากอดีตที่ผ่านมากว่าจะถีงจุดนี้ได้ต้องมีประชาชนผู้สังเวยชีวิตไปไม่น้อยเลยทีเดียว

เจาะลึกถึงการเมืองประเทศพม่า

แรกเริ่มเดิมทีประเทศพม่าถูกปกครองโดยระบอบทหารแต่ต้องยอมรับว่าเกิดปัญหาต่างๆ ขึ้นมากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสภาพเศรษฐกิจที่มีความตกต่ำ ประชาชนในประเทศขาดความเชื่อมั่นจนทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของความไม่พอใจในการเป็นผู้นำประเทศ อีกทั้งยังมีการแตกแยกออกเป็นหลายฝ่ายเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันเองจนประเทศไม่สามารถพัฒนาไปไหนได้ ประชาชนเมื่อเกิดความไม่พอใจมากๆ เข้าก็เกิดการประท้วงเพื่อขับไล่ให้ออกจากตำแหน่ง โดยการประท้วงที่มีชื่ออย่างมากตอนนั้นก็คือการขับไล่นายพลเนวิน ให้ลาออกจากพรรคโครงการสังคมนิยมพม่า ที่ทำการยึดอำนาจประเทศพวกเขามากกว่า 26 ปี ซึ่งเหตุการณ์ต่อมาที่ทำให้การเมืองพม่าร้อนเป็นไฟก็คือเหตุการณ์ 8888 ที่ประชาชนนับล้านรวมตัวในกรุงย่างกุ้งเพื่อทำการเรียกร้องประชาธิปไตยจนมีคำสั่งให้ทหารออกมาปราบปรามจนมีผู้เสียชีวิตกว่า 3 พันคน จนทำให้เกิดการก่อตั้งพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยนำโดยนางออง ซาน ซูจี ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค แต่ด้วยความที่รัฐบาลทหารเกรงกลัวจะทำให้อำนาจของพวกเขาถอยลงจึงได้มีการสั่งกักขังนางออง ซาน ซูจี ต่อมาก็ได้มีการจัดการเลือกตั้งในปี 2533 และพรรคของนางออง ซาน ซูจี เป็นฝ่ายชนะได้นั่งในสภาพ 82% แต่ทางรัฐบาลไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งพร้อมเสนอให้ออง ซาน ซูจี ออกนอกประเทศแต่เธอปฏิเสธจึงต้องโดนกักตัวต่อไป จนกระทั่งเวลาผ่านล่วงเลยไปโดยที่การดำเนินงานของรัฐบาลพม่าก็ยังคงเป็นของทหาร

เมื่อนางออง ซาน ซูจี ได้รับการปล่อยตัวจากการกดดันของหลายประเทศก็ทำให้เกิดการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ขึ้นโดยพรรคของนางออง ซาน ซูจี ได้รับการเลือกให้เป็นฝ่ายชนะ แต่ด้วยกฎหมายที่ห้ามให้คนมีสามีภรรยาต่างชาติขึ้นลงสมัครเลือกตั้งหรือเป็นประธานาธิบดีเธอจึงประกาศว่าเธอจะเป็นผู้นำของรัฐบาลเอง นี่จึงเป็นสิ่งที่การเมืองพม่ามีความน่าสนใจไม่น้อยโดยเฉพาะการเปลี่ยนมาเป็นการปกครองแบบประชาธิปไตย