สี จิ้นผิง ผู้นำอันแข็งแกร่งแห่งแดนมังกร

Xi-Jinping-china

หนึ่งในผู้นำที่ทรงอิทธิพลคนหนึ่งของโลกไม่มีใครปฏิเสธได้เลยว่าต้องนึกถึงชายผู้นี้ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งประเทศจีนคนล่าสุด เขามีบุคลิกที่สุขุม เด็ดขาด และมีนโยบายการบริหารประเทศที่ค่อนข้างผาดโผน จนปัจจุบันประเทศจีนมีความพัฒนาในทางเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก แต่กว่าจะมาถึงวันนี้คุณเคยรู้หรือไม่ว่าเขาต้องผ่านชีวิตที่แสนลำบากยากแค้นและเจ็บปวดเพียงใด วันนี้ เราจะมารู้จักกับประธานาธิบดีแห่งแดนมังกรผู้นี้กัน

Xí_Jìnpíng_china

สี จิ้นผิง เกิดวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2496 เมืองปักกิ่ง ประเทศจีน เขาเกิดมาในครอบครัวที่มั่งคั่งเพราะบิดาของเขาคือ สี จงชุน นั้นเป็นนักการเมืองและเป็นถึงรองนายกรัฐมนตรี ที่สำคัญเป็นคนสนิทของนายเหมา เจ๋อตุง ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนและเป็นผู้นำจีนที่ยิ่งใหญ่ในขณะนั้น จิ้นผิงได้เข้าเรียนในโรงเรียนสำหรับลูกนักการเมืองที่ถือได้ว่าจะสร้างผู้นำแห่งประเทศ ใช้ชีวิตอย่างเทวดามีคนล้อมหน้าล้อมหลัง แต่แล้วเทวดากลับต้องตกสวรรค์เมื่อบิดาเขาถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนสื่อสิ่งพิมพ์ฉบับหนึ่งที่ตีพิมพ์กล่าวหานายเหมาเจ๋อตุง จึงถูกลงโทษโดยการปลดออกจากตำแหน่ง ยึดทรัพย์แล้วส่งไปเป็นกรรมกร จากนั้นเมื่อมีการเกณฑ์ให้ไปใช้งานแถบเยอรมันก็ถูกใส่ร้ายว่าจะทำการก่อกบฏโดยไปสอดแนมบริเวณกำแพงเบอร์ลิน ทำให้เหตุการณ์ในครอบครัวแย่เข้าไปอีก จิ้นผิงและพี่สาวที่เรียนอยู่ในโรงเรียนที่เต็มไปด้วยบรรดาลูกท่านหลานเธอของนักการเมืองก็ยิ่งถูกกล่าวหา กล่าวด่าทอและกลั่นแกล้งทั้งสองสารพัด จนกระทั่งพี่สาวของเขาทนไม่ไหวฆ่าตัวตายในที่สุด หลังจากนั้นจิ้นผิงถูกส่งไปใช้แรงงานและเกษตรกรรมที่ชนบทอันห่างไกล ตามโครงการของเหมาเจ๋อตุงที่ว่าจะปลูกฝังให้เยาวชนมีความแข็งแกร่ง เขามีชีวิตที่แร้นแค้น ต้องอาศัยอยู่ในถ้ำ แต่ก็ไม่ละความพยายามในการที่เขียนจดหมายมาสมัครเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองคอมมิวนิสต์ เพราะเขาต้องการที่จะเข้าไปบริหารบ้านเมืองและกวาดล้างพวกกินบ้านกินเมือง แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับ จนในที่สุดความพยายามครั้งที่ 10 ก็ประสบผลสำเร็จ และได้รับคัดเลือกให้เขาเรียนในมหาวิทยาลัยชิงหวา คณะวิศวกรรมเคมี

Xí_Jìnpíng_news

ในที่สุดฟ้าก็เมตตาจิ้นผิงเมื่อนายเหมาเจ๋อตุงได้เสียชีวิตในปี พ.ศ. 2519 เขาได้กลับไปพบหน้าและอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวอีกครั้ง เมื่อเขาเรียนจบก็ได้เข้าทำงานการเมืองในพรรคคอมมิวนิสต์อย่างเต็มตัว โดยขอไปอยู่ในเมืองชนบทที่แร้นแค้นในตำแหน่งที่ต่ำ เพราะเขาเชื่อว่าต้องศึกษาเรียนรู้ในทุกงานจึงจะสามารถบริหารคนได้ ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความมุ่งมั่นพยายามและรักชาติ ทำให้เขาเป็นที่รักและไว้วางใจจากผู้คน จนสามารถก้าวกระโดดเข้ามาเป็นตัวแทนพรรค จนกระทั่งได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี พ.ศ.2556 เขาบริหารบ้านเมืองด้วยความเถรตรงและเกลียดการคอรัปชั่นเป็นอย่างมากอาจส่งผลมาจากที่ในอดีตครอบครัวเขาตกเป็นเหยื่อทางการเมือง เขาจึงใช้อำนาจเด็ดขาดในการกวาดล้างพวกที่เป็นภัยต่อประเทศชาติ เน้นความเสมอภาคเท่าเทียม และบริหารประเทศชาติอย่างดำรงไว้ซึ่งประโยชน์สุขของผู้คน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ชายผู้นี้เป็นที่รักและศรัทธาของเหล่าประชาชนในแดนมังกร อีกทั้งเป็นที่ยอมรับจากผู้คนทั่วโลกอย่างแท้จริง