อองซานซูจีโดนหมิ่น ประชาธิปไตยแน่หรือ?

จากข่าวทางการพม่าได้ขับไล่ชาวโรฮิงญาและทำการทารุณกรรมต่างๆ ทั้งข่มขืน สังหารโหด เผาทั้งเป็นและอีกหลากหลายประเด็น ที่ทางสหประชาชาติได้จากปากชาวโรฮิงญาที่อพยพลี้ภัยไปอยู่ในบังกลาเทศ แน่นอนว่านางอองซานซูจี ที่ปรึกษารัฐคนปัจจุบันได้ออกมาปฏิเสธทันควันว่า ทหารพม่าไม่เคยกระทำการอันโหดเหี้ยมเช่นนั้นต่อชาวโรฮิงญา ในทางกลับกันพม่าได้พบว่าชาวโรฮิงญานั้นซุ่มกองกำลังเพื่อคอยโจมตีอยู่ จึงต้องทำการกวาดล้าง เป็นการตัดไฟเสียแต่ต้นลม เมื่อทางสหประชาชาติขอเข้าไปตรวจสอบทางการทหารว่าเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้นจริงหรือไม่ นางอองซานซูจีกลับไม่ยอม กล่าวว่าจะเป็นการสร้างความวุ่นวายและความขัดแย้งให้มากขึ้น นอกจากนั้นเธอก็ยังนิ่งเฉยไม่ออกมาเคลื่อนไหวใดๆ ต่อ ไม่ยอมตั้งคณะกรรมการสอบสวน ทั่วโลกกล่าวอยู่กลายๆ ว่าที่เธอทำเช่นนี้เหมือนจะให้เรื่องเงียบไปเอง ทั้งที่การกระทำเหล่านั้นโหดร้ายเหลือเกินต่อเพื่อนมนุษย์

จากเรื่องนี้ทำให้คะแนนความนิยมนางอองซานซูจีนั้นตกลงฮวบฮาบ ทั้งที่เมื่อก่อนเธอเป็นขวัญใจของคนทั่วโลกในเรื่องของการเรียกร้องประชาธิปไตยและมนุษยธรรม แต่มาบัดนี้การกระทำของเธอนั้นคล้ายว่าเผด็จการ อีกทั้งหากเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริงก็ถือว่าเป็นอาชญากรรมอันโหดเหี้ยม การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและการไม่ให้ความร่วมมือกับสหประชาชาติทำให้เกิดข้อกังขาขึ้นมากมายว่า อองซานซูจีคนเดิมที่เคยยืนหยัดเพื่อสิทธิเสรีภาพ เพื่อประชาธิปไตย เพื่อความเท่าเทียมกันของเพื่อนมนุษย์นั้นหายไปไหนเสียแล้ว ทั้งที่ทั่วโลกเคยยืนหยัดเพื่อเธอมาแล้ว

แม้ในประเทศพม่าเองนั้นก็เกิดการไม่พอใจต่อการกระทำของเธอ โดยประเด็นเกิดขึ้นจากการที่มีนักศึกษาสาวชาวพม่านามว่า มะซันดี มยิ้นอ่อง อายุ 19 ปี ถูกตัดสินจำคุก 6 เดือน เนื่องจากเธอโพสต์ข้อความในเฟชบุ๊คเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งด่าทอนางซูจีด้วยคำพูดหยาบคาย จึงถูกศาลตัดสินข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งบิดาของมยิ้นอ่องเป็นผู้สนับสนุนพรรค USDP พรรคคู่แข่งของนางอองซานซูจี โดยตามรายงานนั้นมีเด็กสาวอายุ 18 ปีชื่อว่า มะลินเลเลหล่าย ได้ไปพบข้อความดังกล่าวเข้าจึงแจ้งกับทางการ เพราะเธอทนไม่ได้ที่จะเห็นผู้นำประเทศถูกดูหมิ่น จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการจับกุมทันมะซันดี มยิ้นอ่องและครอบครัวกลายเป็นจำเลยของสังคมว่าเป็นภัยคุกคามของประเทศชาติ ทั้งที่พม่านั้นพยายามสร้างความปรองดอง

แต่อีกมุมหนึ่งก็ก่อให้เกิดการลุกฮือของประชาชนว่า ในเมื่อประเทศชาติได้เข้าสู่การปกครองแบบประชาธิปไตย ซึ่งนางอองซานซูจีเองนั่นแหละเป็นผู้เรียกร้องมาตลอดชีวิต แล้วเหตุใดจึงไม่มีอิสระหรือสิทธิเสรีภาพในการออกความคิดเห็น จึงเป็นที่จับตาดูกันต่อไปว่า ประชาธิปไตยของพม่าจะเป็นไปในทิศทางใด