สหประชาชาติวอนขอพม่าปราณีเด็กโรฮิงญา

สหประชาชาติระบุ วอนขอพม่ารับรองสิทธิและปฏิบัติกับชาวโรฮิงญาอย่างเสมอภาค ควรรับรองสิทธิและดูแลชีวิตให้เท่าเทียม จากการที่ทหารพม่าภายใต้รัฐบาลของนางอองซานซูจีได้เข้าจับกุมชาวโรฮิงญาจำนวนหลายร้อยคนที่มีการโจมตีด่านแถบชายแดนของรัฐยะไข่ ตามการกล่าวอ้างของเอกสารตำรวจ ซึ่งในนั้นมีเด็กอายุราว 10 ปี อยู่ถึง 13 คน และทหารพม่าก็ได้ใช้วิธีตอบโต้อย่างรุนแรงทำให้ชาวโรฮิงญาราว 75,000 คน ต้องอพยพหลบหนีเข้าไปอยู่ในฝั่งบังกลาเทศที่อยู่ติดกันในทันทีเพื่อความปลอดภัย

ทางด้านผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติ ที่ดูแลสิทธิมนุษยชนในประเทศพม่า ยางฮี ลี กล่าวต่อคณะสิทธมนุษยชนแห่งสหประชาชาติว่า เด็กเหล่านี้ยังไม่มีวุฒิภาวะ ทำให้ไม่รู้ผิดชอบ ดังนั้นรัฐบาลพม่าไม่ควรจับกุมลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ควรดำเนินการกับเด็กอย่างเหมาะสม ไม่ใช่นำไปกักขังให้รับโทษอย่างรุนแรงราวกับนักโทษ นอกจากนั้นยังมีข่าวว่าเด็กเหล่านั้นบางคนเสียชีวิต แต่ทางการพม่ารายงานว่าเพราะสุขภาพไม่ดี ซึ่งทางสหประชาชาติกล่าวว่าไม่อยากจะเชื่อรายงานนี้เพราะจากการสัมภาษณ์ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาที่หลบหนีเข้าไปอยู่ในประเทศบังกลาเทศ กล่าวว่า ทหารพม่านั้นได้กระทำการอันโหดร้ายทารุณ ข่มขืน ทรมาน สังหารหมู่ในระหว่างที่เข้าทำการปราบปราม ราวกับพวกเขาไม่ใช่คน ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงก็เทียบได้กับการก่ออาชญากรรมอันรุนแรงต่อมนุษยชาติเลยทีเดียว

 

หลังจากแถลงการณ์ของสหประชาชาติ รัฐบาลพม่าก็ได้ออกมาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและตอบโต้ทันควันว่า ชาวโรฮิงญาเหล่านั้นก่อให้เกิดเหตุไม่สงบในพม่าก่อน ทหารก็ต้องทำตามหน้าที่โดยปราบปรามผู้ก่อการร้ายให้สงบลงซึ่งถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ แต่ยางฮี ลี ก็ยังไม่ยอม ยังคงเดินหน้าเรียกร้องพม่าให้ยอมรับการสืบคืนข้อเท็จจริงของสหประชาชาติเพื่อสืบสวนข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น ว่าที่ทหารพม่าทำกับชาวโรฮิงญานั้นจริงหรือไม่ แต่นางอองซานซูจีได้ออกมาประกาศคัดค้านภารกิจดังกล่าว โดยให้เหตุผลมาจะมีแต่การสร้างปรปักษ์และความขัดแย้งให้มากขึ้น โดยนางซูจีกล่าวว่าขอให้มองในมุมของพม่าบ้างว่าได้รับความเดือดร้อนเพียงใด เพราะทหารพม่าได้พบอาวุธทั้งปืน กระสุนปืน และดินปืนที่เตรียมไว้เพื่อทำอาวุธภายในค่ายของชาวโรฮิงญาจำนวนมาก อีกทั้งกองกำลังยังโดนโจมตีจากผู้โจมตีติดอาวุธอยู่บ่อยครั้ง เมื่อสืบค้นดูก็พบว่าเป็นกองกำลังก่อความไม่สงบชาวโรฮิงญาที่ซุ่มฝึกกองกำลังเพื่อก่อการร้ายในประเทศ ทำให้จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายเพื่อกวาดล้างให้สิ้น เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ก่อนที่จะลุกลามก่อความไม่สงบให้ผืนแผ่นดินพม่ามากขึ้น นอกจากนั้นกลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้ยังได้โจมตีชาวพม่าจนเสียชีวิตหลายราย อีกทั้งมีการสูญหายไปเช่นเดียวกัน ในเมื่อเกิดเหตุเช่นนี้รัฐบาลพม่าจึงต้องป้องกันประชาชนและประเทศชาติก่อนเหนือสิ่งอื่นใด