อองซานซูจี หญิงเหล็กผู้จุดประทีปแห่งประชาธิปไตยในเมียนมาร์

เมื่อเอ่ยถึงออง ซาน ซูจี เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงผู้หญิงชาวเมียนมาร์คนหนึ่งที่ยืนหยัดต่อสู้กับระบบเผด็จการเพื่อให้ได้มาซึ่งการปกครองแบบประชาธิปไตยอย่างยาวนาน เป็นบุคคลสำคัญทางการเมืองที่น่าจับตามองของโลก วันนี้ เราจะพามาดูเส้นทางสู่ประชาธิปไตยของเธอกัน

ออง ซาน ซูจีเกิดวันที่ 19 มิถุนายน พ. ศ. 2488 เธอเป็นธิดาคนสุดท้องของนายพลอองซาน ผู้ซึ่งเดินหน้าต่อสู้กับประเทศอังกฤษและญี่ปุ่นจนประเทศพม่าในขณะนั้นเป็นอิสระ แต่แล้วท่านก็ถูกลอบสังหารในขณะที่เธออายุ 2 ปี เธอจบการศึกษาระดับปริญญาเอก SOAS ซึ่งเกี่ยวกับการเมืองการปกครองจากมหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ ชีวิตรักของเธอได้สมรสกับเพื่อนนักศึกษาที่เรียนปริญญาตรีด้วยกัน คือนายไมเคิล อริส และมีบุตรชาย 2 คน ปัจจุบันสามีของเธอเสียชีวิตไปแล้วเพราะมะเร็งเมื่อปี พ. ศ. 2542

car_Aung_thu

เหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เธอได้ก้าวเข้าสู่การเมืองคือเหตุการณ์ 8888 ที่มีประชาชนชาวพม่านับล้านได้ออกมาเรียกร้องให้ปลดแอกประเทศจากระบบเผด็จการที่ยาวนานมาถึง 16 ปี ออง ซาน ซูจีจีเป็นแกนนำในครั้งนี้และเดินหน้าทางการเมืองเรื่อยมา และในปี พ. ศ. 2531 เธอได้จัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นชื่อว่า National League for Democracy หรือ NLD เหตุการณ์ที่อยู่ในความทรงจำเสมอคือ เธอเดินเข้าหาทหารที่เล็งปืนไรเฟิลอย่างไม่เกรงกลัวในขณะที่เธอปราศรัยอยู่ที่อิรวดีเมื่อปี พ. ศ. 2532 และในปีเดียวกันนั้นเธอก็โดนยึดอำนาจโดยกักบริเวณให้อยู่แต่ในบ้านพัก แม้ว่าเธอจะถูกกักบริเวณแต่ขณะที่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น พรรคการเมือง NLD ของเธอก็ได้รับชัยชนะอย่างล้นหลาม แต่รัฐบาลพม่าถือการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะเอาเสียดื้อ ๆ แถมยังสั่งกักบริเวณเธออย่างไม่มีกำหนด

happy_mammar

อย่างไรก็ตามเส้นทางต่อสู้ทางการเมืองเพื่อประชาธิปไตยของเธอ ทำให้เธอได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ. ศ.  2534 แต่เธอไม่สามารถไปรับรางวัลเองได้เนื่องจากถูกกักบริเวณเช่นเคย จึงให้สามีและลูกไปรับแทน เธอยังคงเดินหน้าเพื่อนำประชาธิปไตยมาสู่ประเทศอยู่ตลอดเวลา จนทำให้ถูกกักบริเวณอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งวันที่ 13 พฤศจิกายน พ. ศ. 2553 จึงได้รับอิสรภาพจากการถูกกักขังอยู่ยาวนานถึงร่วม 16 ปี และยังคงรักษาอุดมการณ์เดิมไว้ไม่เปลี่ยนแปลง

winner

ในที่สุดความพยายามของเธอก็ประสบความสำเร็จ ในปี 2558 พรรค NLD ของเธอได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างล้นหลามอีกครั้ง ท่ามกลางความกดดันจากประชาชนในพม่าและนานาประเทศทั่วโลก ทำให้รัฐบาลไม่สามารถใช้ระบบเผด็จการได้อีก ออง ซาน ซูจีได้นำประชาธิปไตยมาสู่ประเทศได้อย่างแท้จริง ปัจจุบันออง ซาน ซูจีได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีควบถึง 4 กระทรวง และทางพรรคก็ยังพยายามยื่นเสนอรัฐธรรมนูญให้เธอได้เป็นประธานาธิบดี เพราะพม่าหรือเมียนม่าร์ในปัจจุบันนั้นมีกฎหมายห้ามผู้ที่มีคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติมารับหน้าที่ผู้นำประเทศ

อย่างไรก็ตาม ถือเป็นชัยชนะที่คุ้มค่าสำหรับการต่อสู้อย่างยาวนานเพื่อระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงของหญิงเหล็กผู้นี้ที่ทั่วโลกจารึกชื่อเธอไว้อย่างไม่ลืมเลือน “ออง ซาน ซูจี